เลนส์โปรเกรสซีฟ (ชัดทุกระยะ)

เลนส์โปรเกรสซีฟ (ชัดทุกระยะ)

แว่น โปรเกรสซีฟช่วยอะไรคุณ ?

 

บทความโดย: ภาสันต์-สุระพันธ์ ภาสุระพันธ์

 

ทำงานเร็วขึ้น

เนื่องจากไม่ต้องพกแว่นถึง 2 อัน (ไม่ต้องเปลี่ยนไปมาระหว่างแว่นอ่านหนังสือและดู TV) ไม่ต้องกังวลแว่นหายไม่เสี่ยงแว่นหายจากแว่นหลายอัน ประหยัดเงินและเวลา

เสริมสร้างบุคลิกภาพความสวยงาม เลนส์ที่ไร้รอยตัว มีความสวยงามมากกว่า
เสริมสร้างบุคลิกภาพเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น (ไม่ต้องมองลอดแว่น หรือทำแว่นตกๆ)
ชัดทุกระยะความคมชัดภาพในเสี้ยววินาที ภาพไม่กระโดดไปมาเหมือนแว่น 2 ชั้นหรือชั้นเดียว คุณภาพชีวิตดีขึ้นเพราะเลิกปวดหัวกับแว่นเดิมๆ มีความรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง สายตาดีอีกครั้ง

 

แว่นอ่านหนังสือ

 

ใช้ทำงานระยะใกล้อย่างเช่น อ่านหนังสือ หรือ เลนส์ โทรศัพท์ ชัดหมดอย่างไรก็ตามถ้าเอาไปมองระยะไกล จะเบลอหมด เนื่องเลนส์สายตายาวเป็นค่ากำลังขยาย เวลาเอาไปมองระยะไกลจะเบลอหมด
ซึ่งในกรณี ไม่ต่างกับแว่นขยาย ที่สามารถใช้ขยายภาพอย่างเดียวเท่านั้น
แน่นอนว่าใช้เลนส์โทรศัพท์ได้ชัด
  
 
เพราะฉะนั้นแว่นอ่านหนังสือทำได้แค่อ่านหนังสือ !
 
 
 
แว่นโปรเกรสซีฟ มีความสามารถอย่างไร ?
 

สามารถอ่านหนังสือได้

ในขณะเดียวกันถ้ามองระยะไกลภาพจะมีความคมชัดอยู่ กลับมาเล่นโทรศัพท์ก็ชัด


บุคคลที่อายุ 40 ขึ้นไปเข้าใจดี ดังนั้น โชคดีจึงขออธิบายต้องเข้าใจสายตายาวอ่านหนังสือก่อนนะครับ 
 
 
 
คุณ รำคาญมั้ยที่ต้องมาถอดแว่นเข้าๆออกๆ ?
 

สำหรับบางท่านแม้ว่ามองไกลไม่ต้องใส่แว่น แต่โอเคมั้ยสำหรับถอดเข้าถอดออกเสี่ยงต่อแว่นหายด้วย 

 
แว่น โปรเกรสซีฟเลยถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเพิ่มความคล่องตัว

 
      เมื่อเราเข้าสู่วัยอายุ 40 ปีขึ้นไป เราจะสูญเสียความสามารถในการเพ่งระยะใกล้ ทำให้เราไม่สามารถมองชัดได้เหมือนสมัยหนุ่มสาว แต่ทว่าแว่นอ่านหนังสือนั้นยังไม่สามารถตอบโจทย์ของทุกคนได้ เนื่องจากมีระยะในการมองที่ค่อนข้างจำกัดและสามารถมองชัดได้แค่ระยะ 30-50 ซม.เท่านั้น เมื่อเรามองในระยะที่ไกลกว่านั้น ต้องถอดแว่นออก แล้วเวลาจะกลับไปเล่นไลน์ต้องใส่แว่นใหม่ ก็จะทำให้มีการฝืนของกำลังสายตามากกว่าปกติ จึงเป็นสาเหตุทำให้ค่าสายตาเพิ่มมากขึ้นมากกว่าวัยอันควร ดังนั้น เลนส์โปรเกสซีฟจึงได้ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนที่ต้องการความสบายสูงสุด

 
ภาษาแว่นๆ ระยะใกล้ ระยะกลาง ระยะไกล คืออะไร ?
 
      สำหรับคนที่เพิ่งมีสายตายาวไปร้านแว่นทีไรงงทุกที เผลอๆทะเลาะกับคนขายเพราะไม่เข้าใจอะไรคือระยะใกล้, ระยะกลาง หรือ ระยะทำคอม และระยะไกล. บางที่ก็บอกจะเอาแว่นมองใกล้ หรือ มองไกล แล้วไอมองใกล้มองไกลคืออะไร
 

      ด้านบนเป็นภาพบอกระยะต่างๆเวลาไปทำแว่น ซึ่งหลายๆร้านคงใช้ความเข้าใจแบบนี้ ระยะในการมองหลักๆ มีอยู่ 4 ระยะ คือ ระยะใกล้, ระยะกลาง, ระยะสุดห้องประชุม และ ระยะไกล. ระยะใกล้คือระยะช่วงแขนของเรา ซึ่งยืดหยุ่น 35-45 ชม. ขึ้นอยู่กับช่วงแขนและกำลังสายตาของแต่ละคนนะครับ. ส่วนระยะกลาง เป็นระยะเลยช่วงแขนเราไปซึ่งมักจะเป็นระยะจอคอมพิวเตอร์ จนถึงหลังคอมพิวเตอร์ ถ้าอยู่ในออฟฟิศ ก็ถึงสุดโต๊ะของเพื่อนข้างๆ เลย. ต่อไประยะห้องประชุม. เป็นระยะ ตั้งแต่ 120-400 ซม. ระยะไกลคือระยะ เกิน 6 เมตรขึ้นไป ง่ายๆครับ คือระยะมองวิวหรือสุดลูกตา

สรุปนะครับ

1. มองใกล้คือมอง โทรศัพท์ หรือ เอกสาร,

2 ระยะกลางคือระยะทำคอมพิวเตอร์,

3. ระยะห้องประชุม คือระยะ 120-400 ชม.

4. ระยะไกล คือ สุดลูกตา

 

 

 แว่นมองไกลจะมองได้แค่ 2 ระยะเท่านั้น คือ ระยะห้องประชุม กับ ระยะสุดลูกตา

 

แว่นมองใกล้ จะมองได้แค่ช่วงแขนเราเท่านั้น ประมาณ 30-45 ซม. เหมือนอย่างที่อธิบายไว้ด้านบน ความสามารถของแว่นจะได้ถึงช่วงแขนเราเท่านั้น ถ้าเรามองเกินระยะนี้ แว่นอ่านหนังสือจะกลายเป็นแ่ว่นขยายแทน
 
 
คำถามที่พบบ่อยคือแล้วมันต่างกันเลนส์ที่มีเสี้ยวพระจันทร์ยังไง?
 

แว่น 2 ชั้น Bi-focal  หรือ ที่คนทั่วไปเรียกว่าเลนส์ เสี้ยวพระจันทร์ กล่าวได้ว่าเป็นรุ่นพี่ของเลนส์โปรเกรสซีฟ สืบเนื่องจากสามารถ อ่านหนังสืออีกทั้งยังมองระยะไกลได้เหมือนกัน 

แต่ทว่า เทคโนโลยีสมัยก่อนยังมีข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากเลนส์เสี้ยวพระจันทร์จะมีภาพกระโดด

เราจำลองเหตุการณ์เสมือนจริงถ้าอยู่ในห้องประชุมคนที่ใส่แว่น เสี้ยวพระจันทร์ กับ โปรเกรสซีฟจะเห็นภาพที่แตกต่างกัน

(ภาพด้านซ้าย) จะเกิดการกระโดดของภาพ เนื่องจากเลนส์มีรอยต่อ

(ภาพด้านขวา) ไม่เกิดภาพกระโดดเนื่องจากเลนส์ไร้รอยต่อ 

 

      เลนส์หนึ่งเดียวที่จะทำให้คุณสามารถมองชัดได้ทุกระยะเหมือนวัยหนุ่มสาวอีกครั้ง หลักการของเลนส์ตัวชนิดนี้ คือ มีการซ้อนของค่ากำลังเลนส์หลายกำลังในเลนส์อันเดียว (กรุณาดูรูปด้านบนประกอบ, ในความเป็นจริงแล้วกำลังสายตาจะเป็นกำลังพันสายตาภายในเลนส์ชื้นเดียว รูปเป็นเพียง คอนเซ็บ เท่านั้น)ในลักษณะไร้รอยต่อ ทำใหผู้ใส่สามารถปรับโฟกัสภายทุกระยะภายในเสี้ยววินาที แตกต่างจาก เลนส์ Bifocal ที่ให้กำลังแค่สองระยะ ระยะไกลกับระยะใกล้ ทำให้ผู้ใส่ขาดความคมชัดที่ระยะกลาง(ระยะมองคอมพิวเตอร์) นอกจากนี้ยังโฟกัสที่กระโดดจากไกลไปใกล้ ใกล้ไปไกล ขาดความนุ่มนวล อาจทำให้ไม่สบายตาและปวดหัวได้

 

โดยเฉพาะท่านสุภาพสตรี เนื่องจากเลนส์มีรอยต่ออย่างชัดเจนทำให้ผู้ส่วมใส่สูญเสียความมั่นใจเพราะทำให้คนอื่นๆรู้ว่าเราอายุเกิน 40 แล้ว

 

อย่างไรก็ตามโปรเกรสซีฟเองก็มีอยู่หลายรุ่น


 

แบบ Hi-End

แบบ มาตรฐาน


 

เลนส์ Progressive ที่ทางร้านจำหน่าย

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com